ในยุคที่อวกาศกลายเป็นเวทีแห่งการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ การพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ที่เน้นความคล่องตัว ความสามารถในการ ซ้อมรบ และการป้องกันเชิงรุกมากกว่าการใช้งานแบบพาสซีฟในอดีต ตัวอย่างล่าสุดคือการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งดาวเทียมของสหรัฐฯ ได้เข้าใกล้ดาวเทียม Skynet 5A ของอังกฤษในระดับความสูงกว่า 35,000 กิโลเมตร เพื่อทดสอบความสามารถในการตรวจสอบและยืดอายุการใช้งานของดาวเทียม โดยการซ้อมรบนี้สะท้อนถึงแนวโน้มใหม่ของ “ปฏิบัติการอวกาศแบบไดนามิก” ที่เน้นการเคลื่อนที่และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างรวดเร็วความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผล ต่อยุทธศาสตร์ทางทหาร แต่ยังสร้างแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีในภาคเอกชน โดยกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ได้แสดงเจตจำนงที่จะพึ่งพาบริการเติมเชื้อเพลิงและลากจูงดาวเทียมจากบริษัทเอกชน เช่น Orbit Fab, Astroscale Israel และ Beyond Gravity ซึ่งกำลังพัฒน เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและแขนหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของดาวเทียมในวงโคจรในขณะเดียวกัน ประเทศอื่น ๆ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย อินเดียได้ประกาศแผนมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาดาวเทียม “บอดี้การ์ด” ที่จะคอยปกป้องดาวเทียมสำคัญจากการคุกคามในอวกาศ โดยใช้เทคโนโลยี LiDAR เพื่อการตรวจจับอย่างแม่นยำ ส่วนจีนและรัสเซียก็แสดงศักยภาพในการซ้อมรบด้วยดาวเทียมหลายลำ ที่สามารถเคลื่อนที่ประสานกันได้อย่างซับซ้อน
Ref. https://www.space.gov.il/news-space/134793
ผู้เรียบเรียง จ.อ.สัภญา บุสวงศ์ ตรวจสอบโดย จ.อ.ชานัส ขุนเณร
Leave a comment