นักวิจัยในเกาหลีใต้กำลังพัฒนากลุ่มดาวเทียม Capella เพื่อสังเกตการณ์หลุมดำมวลมหาศาลในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โครงการนี้นำโดยศาสตราจารย์ Sascha Trippe จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ซึ่งกังวลว่าข้อจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันอาจทำให้การวิจัยหลุมดำถึงทางตัน ประกอบด้วยดาวเทียม 4 ดวงที่โคจรรอบโลกในระดับความสูง 450-600 กิโลเมตร ทำงานร่วมกันในลักษณะกล้องโทรทรรศน์วิทยุอวกาศที่ใช้เทคนิค interferometry ซึ่งให้ความคมชัดสูงกว่าเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์บนโลกอย่าง Event Horizon Telescope (EHT) ระบบนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษากระบวนการที่ซับซ้อนใกล้ขอบฟ้าเหตุการณ์ (event horizon) เช่น การก่อตัวของเจ็ตก๊าซร้อน และสามารถถ่ายภาพหลุมดำในกาแล็กซีใกล้เคียงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
โครงการนี้ได้รับความสนใจจาก องค์การอวกาศแห่งชาติของเกาหลีใต้ (Korea Aerospace Administration) ซึ่งกำลังพิจารณาให้ทุนสนับสนุนในปีหน้า หากได้รับอนุมัติ ดาวเทียมอาจเริ่มปฏิบัติภารกิจได้ในช่วงต้นปี 2030 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของเกาหลีใต้ในวงการดาราศาสตร์ระดับโลก ศาสตราจารย์ Trippe ประเมินค่าใช้จ่ายของระบบนี้ไว้ที่ไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมองว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้การพัฒนาดาวเทียมสังเกตการณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและราคาคุ้มค่าเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยให้เกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญในการวิจัยหลุมดำระดับโลก
Ref. https://www.space.com/the-universe/black-holes/small-satellite-constellation-could-reveal-black-holes-like-never-before
ผู้เรียบเรียง จ.อ.นันทวัฒน์ หลวงยศ
ตรวจสอบโดย ร.อ.ธนัทเมศร์ ธนสิทธิกุลพงศ์
Leave a comment